ศิลปินลูกอีสาน

 ศักดิ์สยาม เพชรชมพู - ลูกทุ่งมาตรฐานอีสานวงแรก

                บุญชื่น เสนาราช หรือ ศักดิ์สยาม เพชรชมพู เกิดที่บ้านนานกเขียน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2495 ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยมีอาชีพทำนา เขาจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านหัวช้าง ที่อยู่ห่างจากบ้านไป 1  กิโลเมตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้เรียนต่อ และก็ได้มาช่วยครอบครัวทำนาเต็มตัว

                ศักดิ์สยามโปรดปรานการร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ อย่างเพลง ลาก่อน - บางกอก และ ลาน้องไปเวียดนาม และเสียงของเขาก็เป็นที่จับใจของคนในหมู่บ้านที่ได้ฟัง ต่อมาได้เข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะรำวง “ ดาวอีสาน “ ที่จัดตั้งขึ้นใน ต.โคกก่อ หลังจากที่ตามไปเป็นเพื่อนพี่สาวที่เป็นนางรำวงของคณะ ต่อมาก็ผูกขาดการเป็นนักร้องเชียร์รำวงของคณะอยู่คนเดียว แม้ต้องร้องเพลงตั้งแต่ 3 ทุ่มไปจนถึงรำวงเลิกเวลาตี 2 ตี 3 โดยได้ค่าร้องแค่ไม่กี่บาทต่อ 3 คืน แต่เขาก็พอใจเพราะว่าได้ขึ้นร้องเพลงโชว์ ระหว่างนั้นเขาก็ฝึกตีกลองชุดไปด้วย

                ในยามที่วงไม่มีงาน เขาก็จะติดตามพี่ชายอีกคนที่เป็นหมอลำไปกับคณะทองดีพัฒนาของบ้านนานกเขียน ต่อมาพี่ชายย้ายไปอยู่คณะสุภีร์คะนองศิลป์ ที่ขอนแก่น เขาก็ติดตามไปเช่นเดิม และซึมซับเอาศิลปะหมอลำไปไม่น้อย แต่ที่คณะนี้ ศักดิ์สยาม เพชรชมภูเขาได้เข้าร่วมวงในฐานะมือกลอง โดยได้ค่าตัวคืนละ 50 บาท เขากับพี่ชายอยู่ที่นี่ได้ราว 1 ปีก็กลับมาอยู่กับหมอลำคณะขวัญใจจักรวาลที่บ้านเกิด โดยรับหน้าที่มือกลองเช่นเคย แต่มีโอกาสได้ร้องเพลงบ้าง เขาอยู่ที่นี่ 2 - 3 ปี จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับหมอลำคณะเพชรสยาม หนึ่งในธุรกิจบันเทิงของ เทพบุตร สติรอดชมพู โดยศักดิ์สยามยังคงรับหน้าที่ตีกลองและร้องเพลงบ้างเช่นเดิม แต่ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นคืนละ 70 บาท เขาอยู่ที่นี่อีกราว 2 - 3 ปี   ต่อมา บุญชื่น รื่นฤดี ซึ่งเป็นชื่อของเขาในการทำหน้าที่ร้องเพลงขัดตาทัพในวง ก็ถูกชวนให้ย้ายมาอยู่ในคณะหมอลำรังสิมันต์ วงหมอลำที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น แต่วงนี้ก็ยังอยู่ในเครือของ เทพบุตร สติรอดชมพู โดยในยุคนั้น วงรังสิมันต์ มีการเปลี่ยนแปลงจากวงหมอลำแท้ เป็นหมอลำ - ลูกทุ่ง เพื่อขยายตลาดไปยังภาคอื่นๆ ที่นี่ ศักดิ์สยามยังคงทำหน้าที่เดิมทุกประการ  ในยุคนั้น บางครั้งวงรังสิมันต์ ก็ต้องแปลงร่างไปเป็นวงดนตรี “ จิระ จีรพันธุ์ “ เจ้าของเพลงดัง เศรษฐีขายขี้กระบองด้วย เพราะวงจิระ จีรพันธุ์ ก็อยู่ในเครือข่ายธุรกิจของเทพบุตร สติรอดชมพูเช่นกัน

               แต่ในการแสดงวันหนึ่ง ตัวหัวหน้าวงเกิดมาไม่ทันการแสดง วงจึงเปิดการแสดงไปก่อนโดยใช้ชื่อวงอื่นแทน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับหัวหน้าวงผู้มาสายอย่างมาก จึงเกิดการอาละวาดต่อหน้าเทพบุตร สติรอดชมพู เขาจึงมีคำสั่งดอง จิระ จีรพันธุ์ และ ดันศักดิ์สยาม ให้ขึ้นมาแทน โดยได้ยื่นกระดาษให้แผ่นหนึ่งโดยบอกให้เอาไปท่อง ซึ่งในกระดาษดังกล่าวก็คือเนื้อเพลง " ตามน้องกลับสารคาม " ที่เตรียมเอาไว้ให้จิระ จีรพันธุ์สำหรับการบันทึกแผ่นเสียง   ไม่กี่วันถัดมา เขาก็เข้าเมืองหลวงเพื่ออัดแผ่นเสียงที่ห้องอัดของห้างแผ่นเสียงศรีกรุงถึง 6 เพลงรวด ซึ่งหาได้ไม่ค่อยได้บ่อยนักสำหรับนักร้องหน้าใหม่ 6 เพลงดังกล่าวก็คือ ตามน้องกลับสารคาม , เสน่ห์สาวเวียงจันทน์ , ธิดากัมปงจา , คิดฮอดอย่างแฮง , คุยเขื่อง และ เศรษฐีขายขี้กระบอง งานนี้ เขาหันมาใช้ชื่อศักดิ์สยาม เพชรชมพู ตามที่เทพบุตร สติรอดชมพูตั้งให้

               จากนั้นไม่นาน เพลงตามน้องกลับสารคาม ก็ฮิตติดหูแฟนเพลงในภาคอีสานตามที่หวังกันไว้ จึงมีการตั้งวงดนตรีศักดิ์สยาม เพชรชมพู ขึ้นรองรับความดังทันที ความโด่งดังของเขา สามารถกลบความดังของวงหมอลำในเครือของเทพบุตร สติรอดชมพูเสียหมดสิ้น ภายในปีเดียว ความดังของเขาก็ติดลม มีการบันทึกเสียงเพิ่มเติมอีกหลายเพลง และก็ได้รับความนิยมมากมาย อาทิ คักใจเจ้าแล้วบ่ , สัญญาเดือนสาม และอื่นๆ

                วงศักดิ์สยาม เพชรชมพู ในยุคนั้น ถือเป็นวงดนตรีอีสานวงแรกที่มีรูปแบบเป็นลูกทุ่งมาตรฐาน โดยไม่ต้องอาศัยหมอลำมาเรียกความนิยมเช่นแต่ก่อน และความนิยมที่ได้รับก็ทำให้วงนี้กล้าประชันวงกับสายัณห์ สัญญา ที่กำลังดังจากเพลงลูกสาวผู้การ และรักเธอเท่าฟ้า ส่วนเรื่องรายได้จากการเก็บค่าผ่านประตู ก็เคยทำสถิติมาแล้วในการแสดงที่เวทีมวยลุมพินี ซึ่งในยุคโด่งดัง ดาว บ้านดอน และเทพพร เพชรอุบล ก็เคยร่วมงานกับวงนี้ด้วยเช่นกัน  แต่ในด้านรายได้ ในฐานะหัวหน้าวงตัวปลอม ศักดิ์สยามมีรายได้แค่คืนละ 400 บาทเท่านั้นไม่ว่าวงจะเปิดการแสดงวันละกี่รอบก็ตาม ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อยอีก 100 บาท เรื่องนี้สร้างความอึดอัดให้กับตัวนักร้องอย่างมาก แม้ว่าวิเชียร สติรอดชมพู น้องชายของเทพบุตร จะแอบมุบมิบยัดเงินช่วยเหลือศักดิ์สยามอยู่บ้างในหลายๆครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ศักดิ์สยาม ก็ถึงขั้นหลบหนีออกจากวงไป แต่ก็ถูกตามตัวกลับมา ซึ่งจากความอึดอัดเรื่องรายได้ ก็ทำให้ทั้งดาว บ้านดอน และเทพพร เพชรอุบล ต่างก็แยกตัวออกไปจากวงเช่นกัน

                ต่อมา เทพบุตร สติรอดชมพูหันไปทุ่มเทกับบานเย็น รากแก่น เพื่อให้เป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ขณะที่ความนิยมในศักดิ์สยามก็เริ่มลดลง และหลังยุคเพลงทุ่งกุลาร้องไห้ และ อ.ส.รอรัก ความบาดหมางระหว่างหัวหน้าวงตัวปลอมกับตัวจริง จากเรื่องเงินๆทองๆ ก็ปรากฏออกมาเรื่อยๆ จนในที่สุด ในปี 2521 ศักดิ์สยาม เพชรชมพู ก็แยกตัวออกมา และได้เปลี่ยนวงรัตนวาริน วงโนเนมแถวสระบุรีให้เป็นวงศักดิ์สยาม เพชรชมพู โดยมีเสี่ยคนหนึ่งเป็นนายทุน ที่นี่เขามีรายได้วันละ 1,200 บาท และเปิดการแสดงครั้งแรกในวันขึ้นปีใหม่ปี 2522 ที่สระบุรี วงของเขาออกเดินสายเฉพาะเขตภาคกลางและตะวันออก เนื่องจากเครือข่ายของวงไม่กว้างขวางพอสำหรับทั่วประเทศ เขาเดินสายจนถึงปี 2525 ชื่อเสียงก็จางหายจนเกือบหมด พี่ชายจึงชวนออกมาตั้งคณะหมอลำชื่อเพชรเม็ดเยี่ยม ศักดิ์สยาม จึงถูกแปลงไปเป็นพระเอกหมอลำ แต่การที่เป็นนักร้องที่ใช้เสียงสูง เมื่อมาเป็นหมอลำที่ต้องใช้เสียงต่ำลงมาทำให้เขาเกิดความอึดอัด ก็เลยประกาศเลิกต่อหน้าแฟนหมอลำที่มาชมการแสดงเมื่อเดือนเมษายน 2525 ก่อนที่จะหันมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักร้องรับเชิญตามห้องอาหาร และผลิตผลงานใหม่ออกมาบ้างตามโอกาส

ศักดิ์สยาม เพชรชมภู เกียรติยศ

                รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทยจากเพลงทุ่งกุลาร้องไห้ ปี 2534

 ผลงานเพลงดัง

                 คักใจเจ้าแล้วบ่ , สัญญาเดือนสาม , ตามน้องกลับสารคาม , เสน่ห์สาวเวียงจันทน์ , ขันหมากลูกกำพร้า , คิดฮอดอย่างแฮง , รวมอักษร , ช่างหัวมันเถาะ , เซียงบัวล่องกรุง ,เสียงซอ , คุยเขื่อง , ธิดากัมปงจา , นัดตีสี่ , เจ็บๆแสบๆ , อย่าไปตามดวง , ร้องไห้ทำหยัง , จดหมายรักฉบับแรก , คงมีสักวัน , หงส์ปีกหัก , กอดหมอนนอนหนาว , ตามน้องทั่วอีสาน , แอมจ๋า , ฮักสาวรำวง , หัวใจแหว่ง , อย่าเห็นกันดีกว่า , ผิดด้วยหรือที่เกิดมาจน , นักร้องกลัวเมีย , สาลิกาหลายรัง , แคนสะกิดสาว , ศักดิ์สยามเดินกลอน , ศักดิ์สยามกราบแฟน , พระพรหมช่วยที , วาสนาอ้ายน้อย , จากบ้านนาด้วยรัก , อาลัยสาวเรณู , น้ำในคลอง


ตักสิลานคร เราขอจารึกบุคลที่น่าชื่นชม ยกย่อง เป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่ดี ไว้อีกท่าน

ขอขอบคุณที่มา :  คันทรีแมน ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก





  
Loading
  Online Users      
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
taksilanakhon.com

"มหาสารคาม"
เมืองมหาสารคาม
กันทรวิชัย
แกดำ
พยัคฆภูมิพิสัย
กุดรัง
วาปีปทุม
บรบือ
ยางสีสุราช
ชื่นชม
โกสุมพิสัย
นาดูน
เชียงยืน
นาเชือก
สมาชิก Log in
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืม รหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
จุดเด่นมหาสารคามในความเห็นคุณ
ท่องเที่ยว
การศึกษา
น้ำใจผู้คน
สงบน่าอยู่
วัฒนธรรมประเพณี
การเกษตร
การค้าการลงทุน
น้ำแร่ธรรมชาติ แหล่งภูพาน ภูพานทอง
ไร่ภูพานรีสอร์ท อ.ภูพาน จ.สกลนคร
สามล้อ ธำรงค์ไทย อ.บรบือ

โฆษณา"ฟรี"..เพื่อธุรกิจของคนตักสิลานคร 60x120px สนใจติดเว็บลิงค์..ที่นี่